webtumwai.com=> รับถ่ายรูปพระเครื่อง -> ขอแชร์ประสบการณ์ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15


ขอแชร์ประสบการณ์ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15

FaceBook Twitter
จำนวนผู้เข้าชม : 6612 คน

ขอแชร์ประสบการณ์ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15
ขอแชร์ประสบการณ์ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15




สั่งซื้อ คลิกที่นี่
กรอกข้อมูลทิ้งไว้ เดี๋ยวเราติดต่อกลับไปทาง LINE หรือ E-mail
ค้นหา

รายละเอียด

ขอแชร์ประสบการณ์ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15

ราคา : ไม่มี .-

ประเภท : รับถ่ายรูปพระเครื่อง

ขอเกริ่นนำก่อนนะครับ พระขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมซึ่งเป็นที่รู้จักดีกันในวงการพระเครื่องภาคตะวันออก ซึ่งพระขุนแผนผงพรายถือว่ามีความโด่งดังมากและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในวงการพระเครื่องทั้งเซียนพระเครื่องรุ่นเล็กและเซียนพระเครื่องรุ่นใหญ่ ซึ่งใครหลายๆคนที่เคยแขวนพระขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมก็มักจะเจอเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆนานามากมาย ซึ่งวันนี้ผมเองก็ได้มีโอกาสประสบการที่ผมได้รับกับการบูชาพระ ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี15 ครับ

คำเตือน!
สำหรับใครที่ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ หรือเชื่อเรื่องวิญญาณและความศักดิ์สิทธิ์ต่างๆก็ขอให้อ่านเล่น หรืออ่านเพื่อความบันเทิงก็ได้ครับ แต่สำหรับคนที่เชื่อ เราก็มาแลกประสบการณ์กันนะครับ


ต้องการพระขุนแผนผงพรายกุมาร ปี15 ต้องทำอย่างไร
หากท่านใดต้องการพระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม ผมสามารถหาให้ได้ครับ ผมจะหาตามแผงพระต่างๆ ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนัก โดยผมจะใช้องค์ของผมเป็นองค์ต้นแบบครับ ผมจะหาเช่าพระมาปล่อยบูชาให้ท่านที่ต้องขุนแผนผงพรายหลวงปู่ทิมปี 15 ราคาองค์ละ 3,000 ครับ ซึ่งตอนนี้ที่บ้านผมมีอยู่ 2-3 องค์ครับ ก็มีผู้สนใจเช่าไปบ้างแล้ว ผมก็พยายามหาเช่าพระมาไว้ที่บ้านครับ ท่านใดต้องการเช่าบูชาบอกได้ครับผม


ตัวผมและพระเครื่อง
ขออธิบายเกี่ยวกับตัวเองสักนิดนึงนะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจในสิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไป สำหรับตัวผมนั้นเป็นคนธรรมดาไม่ได้อะไรกับพระเครื่องหรอกครับ ก็เห็นพ่อสะสมพระไว้เยอะแต่ผมก็ไม่เคยใส่ใจอะไร ที่เห็นพ่อสะสมมากสุดคือพระขุนแผน เห็นเยอะและเห็นบ่อยครั้งก็เลยค่อนข้างติดตาและจำได้กับรูปทรงขององค์พระ  ผมทำงานรับจ้างเขียนเว็บไซต์เป็นอาชีพหลักครับ ในเดือนๆหนึ่งๆก็จะมีลูกค้าติดต่อเข้ามาทำเว็บต่างๆนาๆ ทั้งเว็บขายของ เว็บบริษัท และเว็บพระเครื่อง

และจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระเครื่องก็คือเว็บไซต์นี่แหละครับ ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้วมีลูกค้าท่านหนึ่งเป็นคุณลุงมาสั่งทำเว็บไซต์พระเครื่องกับผม คุณลุงมีพระสะสมเยอะมาก และด้วยประสบการณ์ของคุณลุง ผมเชื่อว่าคุณลุงต้องดูเพราะเป็นอย่างแน่นอนครับ ตั้งแต่ลงทำเว็บมาผมกับลุงรู้จักกันมา 4 ปีแล้ว ลุงอยู่นครนายก ผมอยู่ชลบุรี ลุงแวะเวียนมาหาเพื่อให้ปรับแต่งเว็บเป็นครั้งคราว ซึ่งลุงเป็นลูกค้าคนเดียวที่ไปมาหาสู่กับผมบ่อยที่สุดครับ

บันทึก 4 กันยายน ปี 2558
######################################

วันที่ผมได้รับขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ปี 15
อยู่มาวันนึงผมได้ฝันว่าได้รับเด็กคนนึงมาอยู่ด้วย แล้วผมก็เล่าความฝันให้คนในบ้านฟัง แล้วคนในบ้านคุยกันแบบขำๆตามภาษาคนในครอบครัว พี่สาวยังแซวผมอยู่เลยว่า...สังสัยเอ็งจะได้เมียและมีลูก  55+ ผ่านไป 1 วัน คุณลุงที่ทำเว็บพระโทรมาหาผมว่าจะมาเที่ยวที่บ้าน ลุงถามว่าตอนเย็นว่ามั้ย? ผมตอบว่าว่างครับมาได้เลยครับคุณลุง

วันนั้นลุงมาที่บ้านพร้อมกับพระเครื่องขุนแผนผงพรายกุมารหลายองค์ (ซึ่งปกติผมจะเห็นลุงเค้าจะสมพระสมเด็จวันระฆัง วันนี้มาแปลกนะลุง) ลุงหยิบพระขุนแผนผงพรายกุมารบล็อกหินอ่อนใบมีดโกนปี 15 ที่ใส่อยู่ในกล่องเหล็กที่ข้างในมีพระวางเรียงกันอยู่ โดยประแต่ละองค์ห่อด้วยกระดาษทิชชู่อย่างดีเลย

ลุงหยิบพระขุนแผนผงพรายกุมารขึ้นมา 1 องค์ แล้วลุงก็บอกว่า....เธอลองดูตำหนิเหล่านี้สิ พร้อมกับส่งกล้องส่องพระให้ผม และบอกตำหนิต่างๆบนองค์พระ ผมได้ดูตำหนิต่างๆตามที่ลุงบอก จากนั้นลุงก็เปิดกระดาษทิชชู่ที่ห่อพระขุนแผนผงพรายกุมารทั้งหมดออกมา แล้วให้ผมดูตำหนิว่าเหมือนกันหรือไม่ พร้อมกับให้ผมดมกลิ่นขององค์พระทุกองค์ ซึ่งบอกได้เลยว่าพระขุนแผนทุกองค์ที่ผมได้ดมนั้น จะมีกลิ่นคล้ายกับน้ำมันมะพร้าวเก่า กลิ่นหืนๆ ดมห่างๆจมูกก็ยังสามารถได้กลิ่นอยู่

อ่ะ...ก็สำรวจพระกันไปตามเรื่องตามราว สำหรับตัวผมนั้นก็เฉยๆเพราะผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพระเครื่องอยู่แล้วนี่นา และแล้วคำถามก็เกิดขึ้น ผมถามลุงไปว่า...ทำไมคนถึงนิยมพระขุนแผนกันครับ ลุงบอกว่าพระขุนแผนผงพรายกุมาร ปี 15 นั้นมีความโด่งดัง ใครพกไว้ก็เหมือนกับสง่า หรือเท่ห์นั่นเอง แล้วลุงก็หัวเราะ  (ผมแอบคิดในใจ...แค่นี้เนี่ยะนะ)

อยู่ๆลุงก็บอกว่า อ่ะนี่...ลุงให้เธอ  และลุงก็ยื่นพระขุนแผนผงพรายใส่กรอบไว้เรียบร้อยแล้วมาให้ผม ลุงบอกว่าเก็บไว้ดูเป็นตัวอย่าง ว่าพระขุนแผนแบบนี้แหละถึงจะใช่ ผมรับไว้และขอบคุณลุงครับ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าเก็บไว้เทียบเวลาคนเอาพระมาปล่อยให้พ่อ พ่อจะได้ไม่โดนหลอกเอาพระปลอมมาให้เช่า

ประสบการณ์ครั้งแรกของผมกับพระขุนแผนผงพรายกุมาร
ยังอยู่ในเหตุการณ์ของวันเดียวกันกับที่ลุงให้พระขุนแผนผงพรายกุมารกับผมครับ
### นั่นไง...พ่อผ่านมาชวนพ่อมาคุยด้วยดีกว่า และแล้วผมก็ชวนพ่อมาคุยกับลุงเรื่องของพระขุนแผน เห็นว่าพ่อชอบสะสมพระแบบนี้คงน่าจะคุยกันรู้เรื่อง ในห้องที่ผมคุยกันอยู่นั้นเป็นออฟฟิตกระจกครับ ด้านหน้าจะมีกระจกบานเล่นอยู่ ระหว่างที่เราสามคนสนทนาเรื่องพระเครื่องขุนแผนผงพรายกุมารอยู่นั้น อยู่ๆกระจกข้างหน้ามันก็ดัง ปึ้ง  เสียงเหมือนกับอะไรชนกระจก และเราสามคนก็หันไปมองว่ามีอะไรชนหรือเปล่า สรุปคือไม่มีครับ คิดว่าลมมั้ง เสียงแบบนี้ดังอยู่หลายรอบครับ แล้วก็หันไปดูกันทุกรอบ แต่ก็คิดแค่ว่านั่นคือลมปะทะกระจก คงไม่มีอะไรมั้ง

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก นี่จะสองทุ่มแล้วเหรอ?...เราสามคนยังนั่งคุยกันอยู่เลยครับ ที่บ้านของผมมีหอพักครับ ระหว่างที่คุยกันอยู่ก็มีมีคนเช่าห้องเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าครับ ผมลุกไปรับเงินและหยิบเงินทอนค่าเช่าห้องให้กับผู้เช่า ระหว่างนั้น....ผมก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังขึ้น ทั้งๆที่มันปิดอยู่ ใช่แล้วครับโทรทัศน์มันเปิด ผมหันหลังกลับไปมองโทรทัศน์ และคิดว่าลุงคงอยากดูโทรทัศน์เลยกดรีโมทเปิดล่ะมั้ง? ผมมองมาที่ลุง ลุงก็ยังคุยกับพ่อ แล้วรีโมทอยู่ไหนฟะ! ผมเดินมาดูที่โทรทัศน์ใกล้ๆ โอ้.....แม่เจ้า รีโมทย์อยู่หน้าโทรทัศน์ ลุงกับพ่อนั่งอยู่โน้นนนนนนนนนนนนน แล้วใครเปิดฟะเนี่ยะ
 
งง สิครับงานนี้ อยู่บ้านมาร้อยวันพันปี โทรทัศน์ไม่เคยปิดเองได้ ผมก็กดปุ่มปิดที่รีโมทย์แล้วบอกกับลุงว่า.... ลุงโทรทัศน์มันเปิดเองอ่ะครับ  ลุงทำหน้ายิ้มๆแล้วพูดว่า...ลุงรู้ตั้งแต่กระจกมันดังแล้วล่ะ ผมกับพ่อมองหน้ากันแล้วก็ งงๆ ครับ ตั้งสติได้อีกทีก็ตอนลุงบอกว่ากุมารอ่ะสิ (ที่ลุงไม่เล่าให้ฟังแต่แรกเพราะลุงกลัวเราจะไม่เชื่อ...แล้วหาว่าลุงบ้า)

ในตอนแรกผมลืมนึกถึงไปเลยว่าในขุนแผนผงพรายกุมารนั้น เค้าลือกันว่ามีพรายกุมารสิงสถิตอยู่ในองค์พระ ทีนี้แหละได้ประจักแจ้งเห็นจริงแล้ว และถ้าเป็นเช่นนั้นเสียงกระจกที่ดัง ปึ้ง ก่อนหน้านี้ก็คงใช่น้องกุมารสินะ

และวันนั้นก็ทำให้ผมศรัทธาในพระเครื่องขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมและรู้ว่าทำไมผู้คนมากมายถึงนิยมพระขุนแผนผงพรายกุมาร ก็เพราะน้องกุมารที่สถิตอยู่ในองค์ขุนแผนนี้เองที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ผู้ครอบครองได้เห็นกันอยู่บ่อยๆครั้ง

หากคิดย้อนไปตั้งแต่วันที่ผมฝันว่ามีเด็กมาอยู่ด้วย จนได้รับขุนแผนผงพรายกุมาร พร้อมกับได้รับรู้อิทธิฤทธิ์ของพรายกุมาร ทำให้ความเชื่อของผมถูกปลุกขึ้น และทำให้ผมต้องอยากรู้เกี่ยวกับพรายกุมารและมีความศรัทธาที่ตามมาสืบต่อไป

จะว่าไปแล้วเหมือนเป็นการทักทายหรือทำให้ผู้รับรู้ว่าน้องกุมารมีอยู่จริงก็ได้เนอะ เพราะวันนั้นเป็นวันที่เปลี่ยนผู้ครอบครอง

บันทึก 22 ตุลาคม ปี 2558
######################################

กุมารให้หวย แต่ไม่ถูกเพราะไม่ได้ซื้อเลขนี้ T-T

ตั้งแต่รับขุนแผนผงพรายกุมารมาจากคุณลุง ปกติแล้วด้วยความที่ผมยังมีครอบครัว สถานะของผมกับน้องกุมารจึงเป็นพี่กับน้อง เวลาผมคุยหรือเรียกน้องกุมารผมจะอ้างอิงตัวเองว่าเป็นพี่เสมอ แต่พอมานั่งคิดๆดู ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ขุนแผนก็ต้องเป็นพ่อสิ (ใครไม่ทราบลองไปค้นความสัมพันธ์ระหว่างขุนแผนกับกุมารทองดูนะครับ) ผมก็เลยคิดว่าเปลี่ยนสถานะดีกว่า บางทีหากเราเป็นพ่อน่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าเป็นพี่ แต่ก็ยังเขินๆนะ ก็ผมไม่เคยเป็นพ่อคนนี่นา เรียกแทนตัวเองว่าพ่อก็คงแปลกๆอยู่ดี

ทุกๆวันตอนเช้า ผมจะนำน้ำแดงมาไว้พระขุนแผนผงพรายกุมาร และวันนี้ผมก็ตั้งใจจะบอกน้องกุมารด้วยว่าเรามาลองเปลี่ยนสถานะเป็นพ่อกับลูกกันเถอะนะ ขณะที่จุดธูปไหว้อยู่นั้น ผมตั้งจิตอธิฐานว่าจากนี้ไปข้าพเจ้าขอเป็นพ่อของน้องกุมาร เราทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน ไหว้เสร็จก็ไม่ได้อะไร กวาดออฟฟิตไปเรื่อยๆ หันไปดูเห็นธูปที่ใกล้จะหมดดอก ก็แปลกใจ....วันนี้ทำไมธูปไม่หักนะ ทั้งๆที่ไฟจะมอดดับแล้ว  สังสัยน้องจะรับคำอธิฐานของเรา (คิดไปเรื่อยเปื่อย) แบบนี้น่าถ่ายรูปเก็บไว้ดีกว่าเอาไว้ให้แม่ดูว่าเป็นเลขอะไร(แน๊ะ คิดไปนั่น) ว่าแล้วเราก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะถ่ายรูป ขณะที่กำลังกดปุ่มชัดเตอร์ แท่งธูปทั้งหลายดันหักลงมาซะนั่น คงเหลือแค่แท่งเดียวเอง T-T



ก็อย่างที่เห็นในรูปนี่แหละ ผมก็เลยเอาไปให้แม่ดู บอกแม่ว่าน้องกุมารให้หวย  แม่บอก 11 นั่นสินะ ก็เป็นแท่งๆตรงๆนี่นา (ผมแอบนึกในใจว่า หวยที่ไหนจะไปออก 11) และแล้วหวยงวดที่ 1/11/ 2558 เลขที่ออก  XXXX11 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคราวหน้าคราวหลัง น่าจะลองซื้อดูนะ

บันทึก 5 พฤจิกายน ปี 2558
######################################

ตัวอะไร? ปริศนาหลังผ้าม่าน!

ในวันนั้น....มันดึกแล้วล่ะ 4 ทุ่มกว่าๆ ผมยังไม่นอน ออฟฟิตของผมยังเปิดอยู่  ซึ่งปกติแล้วผมจะบูชาพระขุนแผนผงพรายกุมารไว้ที่ออฟฟิตครับ (ออฟฟิตก็คือบ้านของผมนั่นแหละ แต่แยกออกมาเป็นห้อง) ก็เลยมานั่งเล่นคอมก่อนนอนดีกว่าๆ  เอ้า....เจ้าแมวเหมียวขอเข้ามานั่งเล่นในออฟฟิตด้วย ก็ได้เข้ามาสิเจ้าเหมียว  ผมให้แมวเข้ามาในออฟฟิตด้วย สรุปแล้วก็ไม่น่าจะมีใครอื่นแล้วในห้องนี้นอกจากผมกับแมวเหมี่ยว

เล่นคอมก่อนนอนดีกว่า เล่นคอมไปเรื่อยๆชิวๆ สบายๆตาม style คนโสด 55+ อยู่ดีๆเจ้าแมวเหมี่ยวมันก็วิ่งๆๆๆๆๆ เล่นจับอะไรสักอย่าง  ในขณะที่ผมนั่งจ้องคอมอยู่นั้น ผมก็ได้หันควับไปดูเจ้าเหมียวว่ามันเล่นอะไรฟะ (จริงๆกะจะไปดุมัน เพราะกลัวมันจะกระโดดขึ้นโต๊ะแล้วทำของหล่นแตก) ผมหันหน้าไปทางขวาซึ่งเป็นที่ที่เจ้าเหมียวมันวิ่งๆๆๆจับอะไรสักอย่าง ณ วินาทีนั้นเอง เจ้าเหมียวมันพยายามจะกระโดดตะปบ ตัวอะไร??? ที่มันวิ่งหรือเลื้อยจากพื้นขั้นมาหลบที่ผ้าม่านหลังหน้าต่างบานเลื่อน ช่วงที่ผมหันไปมองคือเห็นตัวอะไรไม่รู้ ดำๆ ขนาดความกว้างประมาณ 4 นิ้วมือของเรา (ระยะเวลาที่เห็นแค่ 2 วิเท่านั้น) มันเร็วมาก ยังจำได้เลยตอนที่มันเข้าไปหลบหลังผ้าม่านเผื่อหนีแมว ผ้าตรงนั้นมันขยับเพราะแรงที่สิ่งนั้นกระโดดเข้าไป



ในขณะที่ตัวอะไรก็ไม่รู้ไปแอบหลังผ้าม่าน เจ้าแมวเหมียวมันก็นั่งรอคอยจ้องดูพร้อมจะขย้ำ ไอ้เราก็ งง ดิ ตอนนั้นคิดแค่ว่า ตะขาบ หรือไม่ก็งูเปล่าฟ่ะ  อีกใจก็คิดว่าออฟฟิตปิดมิดขนาดนี้เข้ามาได้ไงเนี่ยะ ด้วยความสงสัยก็ต้องไปเปิดม่านดูน่ะสิครับว่า อะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ  แต่ผมเปิดแบบระวังนะเพราะถ้าเป็นงูมันอาจจะฉกเราได้ หรือเป็นตะขาบมันจะวิ่งมากัดเราได้

กลั้นใจดึงผ้าม่านเปิดขึ้นพร้อมกับคอยระวังตัว  พรึ๊บ...ผมเปิดผ้าม่านเพื่อดูว่าด้านหลังผ้าม่านมีอะไรอยู่  ????? เอาแล้วไง....ไม่มีอะไรหลังผ้าม่านอ่ะสิ แล้วไอ้ตัวที่เราเห็นดำๆ ขนาด 4 นิ้วมือมันคืออะไรกันนะ เจ้าเหมียวมันก็ยังคงเฝ้ารออยู่ที่ผ้าม่านอีกพักนึงก่อนที่มันจะเลิกล้มความพยายาม เพราะหลังผ้าม่านมันไม่มีอะไรเลยจริงๆนะ

งานนี้ก็มีผมกับน้องเหมียวที่พบเจอประสบการณ์แปลกๆ ถ้าน้องเหมียวมันพูดได้ผมคงจะถามมันว่า เฮ้ย...ไอ้เหมียว เอ็งไล่จับตัวอะไรฟะ พี่มองไม่ทัน  55+ รอบนี้ผมก็เชื่อว่าเป็นฝีมือน้องกุมารที่สถิตอยู่ในขุนแผนผงพรายกุมารครับ เพราะน้องเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วจริงๆเพราะผมตรวจสอบดูหมดแล้ว หลังม่านว่างเปล่า กระจกบานเลื่อนปิดสนิท ล็อคด้วย

และนี่ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่เล่าสู่กันฟังนะครับ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่สิ่งที่ผมเห็นคงไม่ใช่ตาฝาดแน่ครับ เพราะเจ้าเหมียวมันเห็นก่อนผม แล้วมันพยามกระโดดตะปบก่อนที่สิ่งดำๆนั้นจะไปซ่อนหลังผ้าม่าน


บันทึก 5 กุมภาพันธ์  ปี 2559
######################################


โดนทักว่ามีกุมารหิวน่ะ ??????

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อผมจะต้องเดินทางไปงานแต่งญาติๆที่ระยอง ซึ่งวันนั้นต้องเดินทางตั้งแต่เช้าเลย ต้องเดินทางออกจากบ้านตี 5 ครึ่ง ซึ่งปกติแล้วในทุกๆวันผมต้องให้น้ำแดงกับพระขุนแผนที่มีน้องกุมารสถิตอยู่ แต่วันนั้นไม่มีเวลาให้น้ำแดงครับ เพราะรีบมากๆ เลยหยิบองค์พระขุนแผนติดตัวไปด้วย แล้วอธิฐานในใจว่าให้น้องๆกุมารไปเที่ยวงานแต่งที่ระยองกัน จากนั้นผมก็เดินทางไปที่ระยองถึงงานแต่ง งานแต่งมีอาหารเลี้ยงแขกมากมายซึ่งผมก็กินอิ่มจัง งานแต่งจัดงานช่วงครึ่งวันเช้าครับ พอเสร็จงานแต่งแล้วก็ว่าจะกลับบ้านเลย แต่แม่บอกว่าอยากไปเยี่ยมป้าซึ่งอยู่ใกล้ๆเขตระยอง ซึ่งเป็นทางผ่านของขากลับพอดี ผมก็เลยเลือกที่จะเดินทางไปเยี่ยมป้าครับ

เมื่อมาถึงบ้านป้าแล้ว ผมก็ได้มาเยี่ยมป้าและลุงตามที่แม่ปรารถนา ได้เยี่ยมสวนลำไยของป้า ได้กินลำไยจากสวนอร่อยมากมาย และแล้วป้าก็พูดขึ้นว่า ข้างๆบ้านป้าเค้ามีร่างทรงนะ ไปดูดวงกันสิป่ะ เรื่องดูดวงอะไรพวกนี้แม่ของผมชอบอยู่แล้วครับ ก็เลยให้ป้าพาไปนะครับ ซึ่งบ้านของคนดูดวงอยู่ใกล้ๆกับบ้านป้านี่เอง ซึ่งตอนนั้นผมเองก็คิดว่าเดี๋ยวดูดวงเสร็จก็กลับบ้านดีฟ่าาาาา

เมื่อมาที่บ้านคนดูดวงหรือคนร่างทรง สิ่งแรกที่เค้าพูดขึ้นมาเมื่อผมและแม่เข้าไปข้างในห้องของเค้า คนร่างทรงก็เอ่ยขึ้นว่า หืม....ใครพาอะไรมานี่ ผมก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าผมมีน้องกุมาร แต่ผมไม่ได้พูดอะไรนะครับ ผมนั่งเฉยๆ ส่วนองค์พระผมก็เหน็บไว้ในเสื้ออย่างดี ไม่มีใครเห็นแน่นอนครับ จากนั้นก็แนะนำตัวกันไป โดยคนร่างทรงเขาบอกว่าตัวเขาเองนั้นไม่ใช่ร่างทรงนะ แต่เค้าสามารถรับรู้ได้เมื่อจับมือกับผู้ที่มาให้เค้าดูดวง ว่ามีอะไรแฝงมาอยู่กับคนๆนั้น (ผมแอบคิดในว่า ดีเลย ดูซิว่าพี่คนดูดวงเค้าจะรู้ถึงสิ่งที่ติดตามเรามามั้ยนะ โดยที่เราไม่ต้องบอกเค้าก่อน)

ระหว่างที่แนะนำตัวกันไปสักพักใหญ่ๆ อยู่ๆพี่คนดูดวงก็พูดขึ้นมาว่า.... ใคร....ใคร พาน้องกุมารมา  กุมารหิวนะ ไปเลย ไปซื้อนม น้ำแดง และน้ำเขียวมาเดียวนี้   ผมขนลุกเลย...เค้ารู้ได้ไงอ่ะ ผมจึงยกมือว่าผมเป็นคนพามาครับ จากนั้นผมก็เดินไปซื้อ นม น้ำแดง น้ำเขียว ตามที่พี่ดูดวงเค้าบอก เมื่อผมกลับมาในห้องดูดวงพี่เค้าบอกว่าให้เอา นม น้ำแดง น้ำเขียว วางไว้ตรงนี้ แล้วพี่บอกว่าเรียกน้องมากินซะ ผมก็ตั้งจิตนึกในใจว่า เด็กๆ มากินน้ำแดง น้ำเขียว และนมกล่องนะ จากนั้นพี่ดูดวงก็พูดขึ้นว่า...เราน่ะเป็นพ่อ จะยกมือไหว้ลูกทำไม (ผมนึกในใจว่าเค้ารู้ได้อย่างไรว่าผมไหว้พระขุนแผนทุกวัน) และพี่ดูดวงเค้าก็แนะนำวิธีต่างๆนานาๆในการเลี้ยงน้องกุมาร ซึ่งเค้าบอกกับผมว่าหากเราเลี้ยงเค้าดีๆ เค้าก็เหมือนกับเด็กๆนั่นแหละ เราสามารถใช้เค้าได้นะ ซึ่งเค้าจะทำให้เราได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของเค้าที่มีอยู่ด้วย การกรวดน้ำและอุทิศบุญกุศลให้น้องกุมารก็มีความสำคัญไม่แพ้กับการให้ข้าวให้น้ำนะครับ หากท่านใดเลี้ยงกุมารมาก่อนก็จะทราบดี

วันนี้ก็ทำให้ผมได้ทราบในสิ่งที่ผมอยากรู้มากมายเกี่ยวกับน้องกุมาร ผมยังคงต้องศึกษาเรื่องนี้ต่อไป ด้วยเหตุและผล ที่ผมประสบพบเจอด้วยตนเอง แล้วจะนำมาเล่าสู่กับฟังนะครับ


บันทึก 17 กุมภาพันธ์  ปี 2559
######################################


กุมารและโทรศัพท์

เรื่องแปลกๆชวนคิดก็เกิดขึ้นได้อีก เมื่อบ้านของผมนั้นเป็นหอพักรายเดือน 2 ชั้น 20 ห้อง มีอยู่วันนึงคนที่เช่าในหอพักให้ผมไปเปลี่ยนลูกบิดประตูที่เสีย ผมจึงต้องเดินไปเปลี่ยนลูกปิดประตูให้ ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาประมาณบ่ายๆครับ พอเปลี่ยนลูกบิดประตูห้องเสร็จแล้วก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติดีเหมือนกับทุกๆวัน

พอถึงยามดึก เวลาใกล้ๆจะ 4 ทุ่ม  อยู่ๆก็มี Line เข้ามาในโทรศัพท์ของผม ซึ่งติดต่อ Line เข้ามาแบบ Video Call คือเปิดกล้องคุยกันอ่ะนะ ผมก็ดูว่าใคร Line มากันนะ เพราะปกติผมจะคุยแบบข้อความเท่านั้น ไม่เคยเล่นแบบ Video Call เลย ปรากฎว่าคนที่ Line มานั้นเป็นห้องเช่าที่ผมไปเปลี่ยนลูกบิดให้เมื่อตอนบ่ายๆ ระหว่างที่เสียงเรียกเข้าของ Line Video Call กำลังดังอยู่นั้น ผมกลับหาปุ่มรับไม่เจอ ซึ่งเสียงเรียกเข้ายังคงดังอยู่นานจนสายตัดไปเอง

จากนั้นผมก็สงสัยว่าเป็นอะไรนะ ลูกบิดเสียอีกหรือเปล่า จึงรีบ Line แบบข้อความไปถามว่ามีอะไรหรือครับ ลูกบิดใช้ไม่ได้อีกเหรอครับ  แต่....ก็ไม่มีใครตอบกลับ  ผมก็เลยคิดว่าคงไม่มีอะไรมั้ง ไปกินข้าวฟ่าาาาา ระหว่างที่ผมกินข้าวไปได้ประมาณ 15 นาที คนเช่าห้องนั้นก็ Line มาบอกผมว่ามีอะไรเหรอ??  ผมก็เลยบอกว่า Line VDO มาหาผมทำไมเหรอครับ เค้าบอกว่าเปล่านะ...เค้าไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย
เค้าอาบน้ำอยู่ ผมก็เลยให้เค้าดูเครื่องเค้าว่ามี ไอคอน ที่โทร VDO ที่ถูกวางสายเหมือนกับเครื่องผมมั้ย เค้าตอบว่ามีเหมือนกัน ซึ่งตัวเค้าเองก็ งง ว่า โทรศัพท์โทร Line Video Call เองได้ไง เพราะในห้องนั้นมีตัวเค้าคนเดียว และอาบน้ำอยู่ด้วย โทรศัพท์ถูกวางไว้ในห้องหน้าเฉยๆ อีกทั้งโทรศัพท์มีการตั้งรหัสล็อคไว้ ทั้งรหัสผ่านเข้าโทรศัพท์ และรหัสผ่านเข้า Line

ผมนึกในใจว่าเกี่ยวกับน้องกุมารอีกมั้ยนะ ทำไมถึงต้องเป็นห้องเช่าที่เราไปเปลี่ยนลูกบิดประตูเมื่อตอนบ่ายด้วย แล้วโทรศัพท์ Line VDO เอง ได้อย่างไร หรือถ้าจะคิดไปอีกแง่มุมนึงคือระบบรวนเหรอ ทำไมรวนแม่นจัง Line มาแบบ VDO ที่เราได้ด้วย แล้วนี่ก็คือประสบการณ์ที่อาจจะเป็นฝีมือน้องกุมารตามที่ผมคิดครับ

การที่ผมได้เข้าไปในห้องเช่าตอนบ่ายนั้น น้องกุมารอาจจะกลับเข้าไปเล่นในห้องเช่านั้นๆอีกก็ได้ในเวลากลางคืน นี่คือเรื่องแปลก แต่จริง ที่ยังคงเป็นปริศนา!!

บันทึก ปลายเดือนมิถุนายน - ต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2559
######################################


ประตูห้องทำงานเปิดเอง (ได้ไงฟะ) เกิดขึ้น 2 ครั้ง

และแล้วก็มีเรื่องเล่าอีกจนได้ จากรูปยังอยู่ที่ห้องๆนี้ ซึ่งเป็นห้องทำงานของผมห้องเดิมครับ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ในเดือนมิถุนายน ปี 59 ช่วงปลายเดือน มีอยู่คืนหนึ่งซึ่งเป็นคืนปกติที่ผมเหนื่อยล้าจากการทำงาน และเป็นเวลาที่ผมพักทานข้าว ซึ่งผมจะทานข้าวดึกๆประมาณ 2 ทุ่มในทุกๆวัน และวันนั้นเองก็ไม่ได้แตกต่างจากวันอื่นๆแต่อย่างใด



ผมก็ได้เดินออกจากห้องทำงาน เปิดกระจกบานเลื่อนออกไปข้างนอก แล้วหันมาใช้กุญแจล็อกประตูห้อง เช่นเดียวกันกับทุกวัน แตกต่างกันแค่ว่า ปกติจะปิดผ้าม่านมิดชิดทุกครั้งเมื่อออกจากห้อง วันนี้ผมไม่ได้ปิดผ้าม่านทั้งหมด แต่เปิดผ้าม่านไว้กว้างพอสมควรทำให้คนข้างนอกสามารถมองเห็นเข้าไปในห้องได้ ระหว่างที่ล็อกประตูเสร็จแล้วผมยืนพิจารณาว่า จะดีหรือเปล่านะ ที่เราเปิดผ้าม่านไว้กว้างขนาดนี้ คนข้างนอกก็จะเห็นข้างไหนหมดสิว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง แต่อีกใจก็คิดว่าช่างเถอะ...เราไปกินข้าวแปบเดียวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอก อีกอย่างห้องก็ล็อคแล้วไม่มีใครเข้ามาได้หรอก  จากนั้นผมก็เดินไปกินข้าวเหมือนปกติในทุกๆวัน เมื่อกินเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องเพื่อจะมานั่งเล่นคอมก่อนนอน และแล้วก็ต้องตกใจมากมายเมื่อผมเห็นประตูห้องเปิดอยู่(ประตูเปิดออกกว้างประมาณไม้บรรทัดหักครึ่ง หรือประมาณ 15 ซม.) ประตูห้องเปิดได้ไงอ่ะ???

ผมรีบเข้าไปดูในห้องตรวจสอบกระสตางค์และเงินตามลิ้นชัก พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่างๆในห้องพวกคอมแนะโน๊ตบุค ปรากฎว่าไม่มีของขายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว จากนั้นก็สอบถามคนในบ้านว่าใครเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องหรือเปล่า ทุกคนบอกว่าเปล่าเพราะทุกคนก็นั่งกินข้าวด้วยกันกับผมนะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ผมไปย้อนกล้องวงจรปิดดู ซึ่งไม่มีใครเดินมาที่หน้าห้องผมเลยแม้แต่คนเดียว ก็เลยไม่รู้จะโทษว่าใครดีว่าเป็นคนเปิดห้อง หรืออาจจะเป็นน้องกุมารนะ?? (หากย้อนคิดดูผมปิดประตูแน่หรือไม่ และล็อคห้องหรือไม่ ต้องยืนยันได้ว่าล็อกแนนแน่นอนครับ เพราะก่อนไปกินผมยังยืนพิจารณาห้องที่ไม่ได้ปิดผ้าม่านอยู่เลย ถ้าห้องปิดประตูไม่แน่ หรือเปิดอ้าผมก็ต้องเห็นตั้งแต่ตอนนั้นแล้วสิ)

รอบสองก็เกิดขึ้นได้อีก
จากสบการณ์ครั้งแรกผ่านไป ก็ไม่คิดอะไรมาก แค่ทรัพย์สินมีค่าในห้องไม่หายก็พอแล้ว ใครจะไปรู้ได้กันล่ะว่า....มันจะมีเหตุการณ์ซ้ำเดิมครั้งที่สองอีก เวลาผ่านมาจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม วันนั้นเป็นวันพระ ในตอนเช้าผมเข้ามาไหว้พระในห้องแล้วปิดห้อง รอบนี้ปิดผ้าม่านทั้งหมดมิดชิด แล้วก็ไปทำบุญที่วันกันกับครอบครัว เมื่อกลับมาจากทำบุญขับรถผ่านหน้าห้องทำงาน แม่ของผมก็มองไปที่หน้าห้อง ประตูก็ปิดปกติ ไม่ได้มีอะไรผิดสังเกต จากนั้นผมกับแม่ก็นั่งกินข้าวกันที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องทำงาน เมื่อกินเสร็จก็เป็นปกติที่ผมจะมานั่งทำงานในห้องนี้เช่นเคย และแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อห้องเปิดเองอีกแล้ว (ประตูเปิดออกกว้างประมาณไม้บรรทัดหักครึ่ง หรือประมาณ 15 ซม.) ซึ่งมีขนาดความกว้างเท่ากับครั้งแรกเลย ผมเรียกแม่มาดูแล้วก็ยืนประหลาดใจ รีบเข้าไปตรวจทรัพย์สินในห้องเหมือนเคย ปรากฎว่าของไม่หาย แล้วแม่ก็บอกว่าตอนขับรถเข้ามา แม่ยังเห็นประตูปิดดีอยู่เลยนี่นา ทีนี้สองแม่ลูกก็มานั่งไล่กล้องวงจรปิดตั้งแต่ผมปิดประตูห้องในตอนเช้าและขับรถออกไปจากบ้านจนกลับมาจากวัด ปรากฎว่าไม่ใครมาที่หน้าห้องเลยครับ  ก็คงต้องอ้างว่าเป็นน้องกุมารอีกแล้วล่ะครับ เพราะคงไม่มีใครแน่นอน ^^

บันทึก อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปี 2559
######################################


ประตูห้องทำงานเปิดเอง (อีกแล้วเหรอ)

มาอีกแล้วกับประตูห้องทำงานที่เปิดเองได้ ผมนี่ไม่เคยจะเห็นจะๆสักที ตอนนี้ประตูห้องเปิดเองในระยะเผาขนก็ว่าได้ ติดตรงที่ว่าผมไม่ได้หันไปมองตอนที่เสียงมันกำลังเปิดแค่นั้นเอง

เรื่องมันมีอยู่ว่าเช้านี้วันอาทิตย์ อากาศแจ่มใส และตรงกับวันพระพอดี ซึ่งในทุกๆวันพระทุกคนในบ้านก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันไป คือคุณแม่จะทำกับข้าวเพื่อเตรียมของไหว้ , คุณพ่อก็จะไหว้ศาล , คุณพี่สาวก็จะเตรียมดอกไม้ขึ้นหิ้งพระ และทำความสะอาดศาล , ส่วนตัวผมก็จะไหว้พระในห้องทำงาน



จากรูปจะเห็นว่าพระพุทธรูปกับประตูกระจกหน้าออกฟิตอยู่ไม่ไกลกัน ห่างกันไม่ถึง 5 เมตร

และวันนี้ผมก็ทำเหมือนทุกวันพระ คือเข้ามาห้องทำงานและปิดประตูกระจก จากนั้นก็เปลี่ยนน้ำและนำของไหว้มาบูชาองค์พระพุทธรูปในห้องทำงาน ผมก็จุดธูป 3 ดอก ท่องนะโม และอะระหัง ไปเรื่อยๆตามแบบที่ผมถนัดและทำเป็นประจำทุกวันพระ

ในระหว่างที่ท่องสวดมนต์ไหว้พระพุทธรูปอยู่นั้น เสียงประตูกระจกที่ผมหันหลังให้อยู่นั้น ผมได้ยินเสียงมันเลื่อนเปิด ซึ่งตอนนั้นเข้าใจว่าพี่สาวมาเปิดประตู แต่ผมก็ไม่ได้หันไปเพราะตั้งใจสวดมนต์อยู่ เสียงเปิดประตูผ่านไปสักพักทำไมพี่สาวไม่เข้าห้องมานะ หรือใครกันนะที่เปิดประตู ผมนึกในใจและสงสัยในขณะที่ยังท่องมนต์บทสวดไม่เสร็จ

เมื่อผมสวดมันเสร็จ ปักธูปเสร็จ หันไปดูปรากฎว่าประตูปิดออกกว้างมาก ผมก็เลยเดินไปถามพี่สาวว่ามาเปิดประตูห้องทำไม พี่สาวบอกว่าเปล่านะพี่ไม่ได้เปิด , ผมก็ไปถามพ่อกับแม่ว่ามาเปิดห้องหรือเปล่า สรุปคนในบ้านไม่มีใครเปิดเลย

ผมเลยสงสัยว่าใครกันนะ หรือจะเป็นคนที่เช่าห้องแถวมาเปิดหรือเปล่านะ และแล้วเพื่อให้ความสงสัยคลายลง ผมจึงไปดูกล้องวงจรปิดเช่นเคย และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือมีผมคนเดียวที่เดินเข้าไปในห้องครับ ระหว่างที่นั้นไม่มีใครเดินมาที่ประตูเลย

และนี้ก็เป็นอีกประสบการณ์ครั้งหนึ่งครับเกี่ยวกับสิ่งที่ผมพบเจอ ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

บันทึก พุธ ที่ 14 ธันวาคม ปี 2559
######################################


ประตูห้องทำงานเปิดเอง (รอบที่ 3 แล้วนะ)


วันนี้ผมก็ได้ออกจากห้องทำงานตอนประมาณ 4 โมงเย็นกว่าๆ กะว่าจะไปทำกับข้าว เย็นๆจะได้ไม่ต้องทำ แล้วผมก็ล็อกห้องประตูกระจกเหมือนทุกๆวัน และเมื่อล็อคเสร็จแล้วก็ต้องมั่นใจเสมอว่าห้องได้ปิดสนิทและล็อคแน่นอน และแล้วผมก็ไปทำกับข้าวอย่างสบายใจ แล้วก็เวลาประมาณห้าโมงเย็นผมต้องเดินมาเปิดไฟในครัว ซึ่งสวิชท์ไฟอยู่ตรงข้ามกับห้องทำงานที่เป็นประตูกระจกของผม

เมื่อผมเดินมาก็เห็นประตูห้องกระจกเปิดอีกแล้วครับ ความกว้างของการเปิดประมาณเท่าครั้งๆก่อน ผมก็รีบวิ่งมาดูในห้องเหมือนเดิมครับว่ามีของอะไรหายมั้ย ปรากฎว่าทุกอย่างอยู่ครบครับ ก็เลยโล่งใจว่าของไม่หาย ผมรีบหันไปทางน้องกุมารที่วางองค์พระขุนแผนไว้อยู่ แล้วนึกในใจว่าอย่าเปิดประตูเล่นอีกนะ เดี๋ยวของในห้องหาย

วันนี้ผมของผมไม่มีใครอยู่ครับ มีผมอยู่คนเดียว คนในบ้านไปทำงานนอกบ้านกันหมด ไม่มีใครมาเปิดประตูห้องกระจกนี้ได้อย่างแน่นอนนอกจากตัวผมเอง และนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้วจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการที่ประตูห้องเปิดเอง โลกเรานี้มีอะไรให้เราค้นหาอีกมามาย ทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ก็นำมาเล่าสู่กันฟังครับ



อ่านต่อ : ประสบการณ์ยังมีอีก ->


 



  เมื่อวันที่ : 2017-06-13 16:20:56


สอบถาม โทร : 087-613-1076 คุณพิษณุ
Line ID : 0876131076


สั่งซื้อ คลิกที่นี่
กรอกข้อมูลทิ้งไว้ เดี๋ยวเราติดต่อกลับไปทาง LINE หรือ E-mail



รับถ่ายรูปพระเครื่อง หนองค้อ สวนเสือศรีร
รับถ่ายรูปพระเครื่อง หนองค้อ สวนเสือศรีราชา ชลบุรี ตัวอย่างพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม ของลูกค้า เป็นผลงานการถ่ายรูปของเราที่ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการถ่ายรูป

รับถ่ายรูปพระเครื่อง ชลบุรี หลวงพ่อเงินว
รับถ่ายรูปพระเครื่อง ชลบุรี หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน เนื้อทองเหลือง ต้องการถ่ายรูปพระเครื่องแบบคมชัด คุณสามารถติดเพื่อถ่ายรูปพระเครื่องกับเราได้ ตามเบอร์

รับถ่ายรูปพระเครื่อง ขุนแผนผงพรายกุมาร
รับถ่ายรูปพระเครื่อง ขุนแผนผงพรายกุมาร ผลงานการถ่ายรูปพระขุนแผนผงพรายกุมารของเรา เราเน้นที่ความละเอียดของภาพและความคมชัดที่สีขององค์พระที่เหมือนดูองค์

รับถ่ายรูปเครื่องราง ชลบุรี หนุมาน หลวงพ
รับถ่ายรูปเครื่องราง ชลบุรี นี่เป็นตัวอย่างผลงานของเรา หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุล นนท์ เรารับถ่ายรูปพระเครื่องต่างๆ , เครื่องราง , และเครื่องประดั

ประสบการขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม ปี15
ซึ่งผมดูแล้วก็เป็นพระแท้ ผมก็เลยทำการเช่าพระมา ในขณะที่คนที่ปล่อยเช่าบูชากำลังยื่นพระให้กับผม เค้าก็บอกว่าเนี่ยขนลุกเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าเค้าพูดเล่นๆ แ

รับถ่ายรูปพระเครื่อง ชลบุรี ศรีราชา พระร
รับถ่ายรูปพระเครื่อง ชลบุรี ศรีราชา พระรูปหล่อ หลวงพ่อเงิน หากคุณกำลังมองหาร้านถ่ายรูปพระเครื่องในขตศรีราชา ชลบุรี คุณสามารถใช้บริการถ่ายรูประเครื่องแ

รับถ่ายรูปพระเครื่อง 30 บาททุกองค์พระ แถ
รับถ่ายรูปพระเครื่อง 30 บาท แถวๆสวนเสือ ศรีราชา ชลบุรี หากท่านใดกำลังมองหาร้านถ่ายรูปพระเครื่องแบบคมชัด เพื่อที่จะนำรูปภาพไปอัดกรอบ หรือนำไปลงในอินเทอ

คลิกเพื่อดูทั้งหมด ->


ชื่อของคุณ


แสดงความคิดเห็น



กรุณารอสักครู่...